มีเรื่องเล่าว่า อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส ชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) เคยกล่าวประโยคอันโด่งดังไว้ว่า “คุณจะปกครองประเทศที่มีชีสถึง 246 ชนิดได้อย่างไร?” แม้ที่มาของประโยคนี้จะคลุมเครือ แต่คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และผูกพันระหว่างชาวฝรั่งเศสกับชีส เพราะในประเทศฝรั่งเศส ชีสไม่ได้เป็นเพียงแค่วัตถุดิบประกอบอาหาร แต่ถือเป็นหนึ่งใน “มรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหาร” ที่ได้รับการสืบทอดมายาวนานนับร้อยปี
สำหรับนักชิมที่หลงใหลในเสน่ห์ของอาหารตะวันตก การทำความเข้าใจเรื่องราวของชีสฝรั่งเศสจะช่วยเปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารให้ลึกซึ้งและมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น วันนี้ Aimée Petit Bistro จะพาคุณไปเจาะท่องโลกของชีสฝรั่งเศส พร้อมทำความรู้จักกับชีสอันมีชื่อเสียงก้องโลกอย่าง “บรีชีส” (Brie) และพาไปค้นพบเมนูชีสสุดพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันที่ร้านอาหารของเรา
ไขข้อสงสัย ชีสฝรั่งเศสมีกี่ชนิด แบ่งประเภทอย่างไร?
หากถามว่าแท้จริงแล้วชีสฝรั่งเศสมีกี่ชนิด คำตอบอาจทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะปัจจุบันฝรั่งเศสมีชีสที่ถูกบันทึกไว้มากกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เกิดจากความแตกต่างของภูมิประเทศ สภาพอากาศ สายพันธุ์วัว/แกะ/แพะ และเทคนิคการผลิตของแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย
ดังนั้น เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ เราสามารถแบ่งประเภทของชีสฝรั่งเศสตามลักษณะเนื้อสัมผัสและกระบวนการผลิตหลักๆ ได้ ดังนี้
1. ชีสเนื้อนุ่มผิวมีเชื้อราสีขาว (Bloomy Rinds)
ชีสเนื้อนุ่มเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก มีลักษณะเด่นคือผิวด้านนอกเป็นเชื้อราสีขาวที่ทานได้ ภายในเนื้อนุ่มละมุนจนถึงขั้นเยิ้มเมื่อทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ตัวแทนของชีสเนื้อนุ่มที่โด่งดังที่สุดคือ บรี (Brie) และ คาเมมแบร์ (Camembert) ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อหรือมีโอกาสรับประทานแล้ว
2. ชีสเนื้อแข็งและกึ่งแข็ง (Hard & Semi-Hard Cheeses)
ชีสกลุ่มนี้ผ่านการบ่มเป็นเวลานาน (Aged) ตั้งแต่หลายเดือนจนถึงหลายปี ทำให้มีความชื้นต่ำ เนื้อสัมผัสแน่น รสชาติเข้มข้น มีความนัตตี้ (Nutty) และเค็มกลมกล่อม เช่น กงเต (Comté) ที่โด่งดังจากเทือกเขาแอลป์
3. บลูชีส (Blue Cheeses)
ชีสที่มีการเจาะรูเพื่อเติมเชื้อรา Penicillium roqueforti ลงไปในกระบวนการหมัก ทำให้เกิดลวดลายสีน้ำเงินหรือเขียวแทรกอยู่ในเนื้อชีส มีกลิ่นและรสชาติที่ฉุน เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวอย่างที่บลูชีสที่โด่งดังคือ ร็อคฟอร์ต (Roquefort) หรือบลูชีสที่ทำจากนมแกะ ซึ่งมีชื่อเสียงจากทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส
4. ชีสนมแพะ (Goat Cheeses / Chèvre)
ทำจากนมแพะ 100% โดยมีรสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อย (Tangy) และมีเนื้อสัมผัสที่ร่วน มักทำเป็นรูปทรงกระบอกหรือทรงกรวยเล็กๆ
5. ชีสเปลือกล้าง (Washed-Rind Cheeses)
ในระหว่างการบ่ม เปลือกของชีสจะถูกล้างด้วยน้ำเกลือ เบียร์ หรือไวน์ ทำให้มีกลิ่นภายนอกที่ค่อนข้างแรง แต่เนื้อด้านในกลับนุ่มละมุนและมีรสชาติหวานมัน เช่น มุนสเตอร์ (Munster) เป็นต้น
ทำความรู้จัก “บรีชีส” (Brie) ชีสฝรั่งเศสยอดนิยม
ในบรรดาชีสทั้งหมด คงไม่มีชีสใดที่เป็นที่รู้จักและเข้าถึงง่ายไปกว่าชีส “บรี” (Brie) โดยชีสชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากแคว้น Île-de-France ใกล้กับกรุงปารีส และได้รับฉายาว่าเป็น “Le Roi des Fromages” หรือราชาแห่งชีส มาตั้งแต่ยุคของจักรพรรดิชาร์เลอมาญเลยทีเดียว
บรีชีสรสชาติเป็นอย่างไร?
เอกลักษณ์ของบรีชีส คือ ความนุ่มนวล หอมมัน และซับซ้อน โดยให้รสสัมผัสคล้ายเห็ดแชมปิญอง (Champignon) ส่วนเนื้อด้านใน (Paste) จะมีสีครีมเหลือบเหลือง ให้รสชาติหวานมันคล้ายเนย (Buttery) และนุ่มละมุนลิ้น ยิ่งหากปล่อยให้บรีชีสคลายความเย็นจนได้อุณหภูมิห้อง เนื้อชีสจะยิ่งเยิ้มและปล่อยกลิ่นหอมออกมาได้เต็มที่
บรีชีสกินกับอะไรถึงจะอร่อย?
ด้วยรสชาติที่นุ่มนวล การจับคู่บรีชีสจึงมีความสนุกและหลากหลาย โดยมีข้อแนะนำการจับคู่ยอดฮิต ดังนี้
- ผลไม้สดและผลไม้แห้ง – ทานคู่กับแอปเปิลเขียว ลูกแพร์ องุ่น หรือลูกฟิก (มะเดื่อฝรั่ง) โดยความหวานอมเปรี้ยวของผลไม้จะช่วยตัดความมันของชีสได้อย่างลงตัว ทำเป็นเมนูของหวานหรือของทานเล่นได้ไม่เบื่อ
- น้ำผึ้งและถั่ว – ให้ราดน้ำผึ้งลงบนบรีชีสเล็กน้อย แล้วทานคู่กับวอลนัทหรืออัลมอนด์อบ จะได้เท็กซ์เจอร์ความกรุบกรอบและความหวานที่ชูรสชีสให้โดดเด่นในทุกๆ คำ
- แครกเกอร์และขนมปังฝรั่งเศส: ทานคู่กับแครกเกอร์กรอบๆ หรือทาบนขนมปังบาแก็ต (Baguette) สไลด์บางๆ
- ไวน์: บรีชีสเข้ากันได้ดีเยี่ยมกับไวน์ขาวที่มีความสดชื่นอย่าง Chardonnay หรือแม้กระทั่งแชมเปญ (Champagne) เพราะฟองและความเป็นกรดจะช่วยล้างความมันของชีสในปากได้ดี
ชีสฝรั่งเศสเปรียบเสมือนหน้าต่างที่เปิดรับนักชิมเข้าสู่ศิลปะการทำอาหารแบบฝรั่งเศสอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะหลงใหลในความนุ่มละมุนของบรีชีส หรือรสชาติที่ซับซ้อนของชีสบ่มชนิดอื่นๆ การได้เรียนรู้และจับคู่รสชาติอย่างถูกต้อง จะช่วยยกระดับมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำได้อย่างแน่นอน
สัมผัสศิลปะแห่งชีสฝรั่งเศสผ่านเมนูสูตรดั้งเดิมที่ Aimée Petit Bistro
หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารฝรั่งเศสที่เข้าใจถึงแก่นแท้ของการใช้ชีส และต้องการสัมผัสรสชาติอาหารฝรั่งเศสดั้งเดิม เอเม่ เพอทิท บิสโทร คือ จุดหมายปลายทางของคุณ ในฐานะร้านอาหารรังสิตที่มอบประสบการณ์รับประทานอาหารในบรรยากาศบิสโทรสุดคลาสสิก เราได้คัดสรรชีสคุณภาพเยี่ยมมารังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษ เช่น
- Assiette de Fromage – จานที่รวมชีสฝรั่งเศสระดับท็อปมาไว้ด้วยกัน ทั้งกงเตหมักนาน 12 เดือนที่ให้รสชาตินัตตี้เข้มข้น คาเมมแบร์เนื้อนุ่มละมุน และ บลูชีสรสชาติจัดจ้าน เหมาะสำหรับการนั่งทานคู่กับไวน์แก้วโปรด
- Salade Parisienne – สลัดสไตล์ปารีเซียงที่ผสานความอร่อยของผักกาดหอม ปารีสแฮม และเพิ่มความพิเศษด้วยชีสถึง 2 ชนิด คือ กรูแยร์หั่นเต๋า (Diced Gruyere) และบรีชีสทอดกรอบ (Crispy Brie)
- Camembert au Four – ชีสอบกระทะร้อน ที่นำชีสคาเมมแบร์ทั้งก้อนไปอบจนด้านในละลาย ราดด้วยน้ำผึ้งและโรยใบไทม์ (Thyme) เพื่อเพิ่มความหอม เสิร์ฟคู่กับขนมปังอบกรอบให้ได้จุ่มและยืดชีสร้อนๆ อย่างเพลิดเพลิน
นอกจากทั้งสามเมนูที่กล่าวไปข้างต้น ที่เอเม่ เพอทิท บิสโทร ยังมีเมนูอาหารฝรั่งเศสเลิศรสอีกมากมายให้ลิ้มลอง ตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อย จานหลัก ไปจนถึงเมนูของหวานอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมอาหารฝรั่งเศสได้อย่างแท้จริง
มอบมื้อพิเศษให้คนพิเศษที่ Aimée Petit Bistro รังสิต
ชีสไม่ได้เป็นแค่อาหาร แต่เป็นตัวแทนของการใช้เวลาและความพิถีพิถัน หากคุณกำลังมองหา “ร้านอาหารหรู” หรือ “ร้านอาหารวันเกิดแฟน” เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาดีๆ ในการแบ่งปัน Cheese Platter หรือลิ้มลองเมนูอร่อยๆ ร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งสไตล์ปารีเซียงที่แสนอบอุ่นและโรแมนติก จะทำให้ค่ำคืนของคุณน่าประทับใจไม่รู้ลืม
Aimée Petit Bistro ตั้งอยู่ภายในโรงแรม Novotel Bangkok Future Park Rangsit เราพร้อมต้อนรับคุณด้วยบริการระดับมาตรฐานโรงแรม 4 ดาว และรสชาติอาหารฝรั่งเศสต้นตำรับที่เตรียมโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ
ร่วมเปิดโลกแห่งรสชาติกับเอเม่ เพอทิท บิสโทร แล้วคุณจะพบว่าความสุขที่แท้จริงบนโต๊ะอาหารเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่นี่
สำรองที่นั่ง คลิก
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร: 02-520-2525
LINE Official: @novotelfuturepark
เว็บไซต์: www.aimeepetitbistro.com
Aimée Petit Bistro เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17:30 – 22:00 น. และ วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10:00 – 22:30 น.
